posted on 31 Jan 2010 21:17 by veggie-girl
คุยกันมาเยอะแล้วว่ากินผักดียังไง แต่ปัญหาหนึ่งก็ คือ บางครั้งเราไม่ได้มีตัวเลือกในการกินมากนัก
ร้านอาหารส่วนมากไม่ค่อยมีเมนูผัก โดยเฉพาะสำหรับนักเรียน-นักศึกษา ที่เมนูโรงอาหารส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทเนื้อโดยเฉพาะไก่ทอดเสียมากกว่า
จริงๆเป้าหมายของบล๊อกนี้ คือ อยากให้คนได้กินผักกันมากขึ้น และกินเนื้อให้น้อยลง จะขอให้เป็นมังสวิรัติไปเลยก็ยากไปหน่อย แต่วันนี้เราอยากให้ไปลองชิมร้านอาหารมังสวิรัติพวกนี้ดู
ร้านแรก คือ บ้านสวนไผ่สุขภาพ เป็นศูนย์รวมร้านอาหารมังสวิรัติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟฟ้าอารีย์ ที่นี่เป็นแหล่งรวมผักพื้นบ้านของไทย มีบรรยากาศที่โปร่งสบาย ร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ บ้านสวนไผ่ยังมีพลตรีจำลอง ศรีเมือง รับประกันความสดสะอาดของผัก ซึ่งสั่งตรงมาจากไร่ปลอดสารที่กาญจนบุรีอีกด้วย
**หน้าตาร้านนี่ไม่ค่อยแน่ใจนะ เพราะว่าตอนที่ผู้เขียนไปมันค่อนข้างจะดูสวนมากกว่านี้ แต่อยากให้ลองไปจริงๆ ราคาอาหารก็ถูกมากด้วย ประมาณ 30-50 บาท แต่ต้องไปเช้าหน่อยนะ สายๆของจะไม่ค่อยเหลือ ตอนที่เราไปส่วนมากเขามาซื้อก่อนไปทำงานตอนเช้ากัน
อีกร้านคือร้าน KOKO ที่สยามแควร์ซอย 3 ร้านนี้เค้าได้เชลล์ชวนชิมด้วยนะ เป็นร้านที่ขายทั้งอาหารไทยและอาหารมังสวิรัติ ซึ่งอร่อยมากกกกกกกกกก และมีตัวเลือกเยอะด้วย ตอนนั้นเรากินเห็ดหอมแดดเดียวอร่อยสุดๆ ราคาก็ไม่แพงมากด้วย ประมาณ 100-200 บาทต่อคน
ที่สุดท้าย คือ ชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย หลังตลาด อตก. (หลังจากเที่ยวเสร็จแล้ว ก็ต้องมา Detox กันหน่อย) การเดินทางถ้าไม่เคยไปอาจจะดูงงๆ เข้ายากนิดนึง แต่ที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนที่กินมังสวิรัติที่ใหญ่ที่สุดที่หนึ่ง เพราะมีร้านอาหารที่หลากหลายทั้งขนมปัง ซาลาเปา ข้าวขาหมู อาหารอิสาน ซึ่งแน่นอนว่าทุกอย่าง "เจ" นอกจากนี้ถ้าอยากไปกินต่อที่บ้าน ที่นี่เข้ามีวัตุถุดิบขายอีกด้วยนะคะ แล้วยังมีสมุนไพรและหนังสือเพื่อสุขภาพให้คนที่ยังรักษ์สุขภาพไม่ค่อยเป็นได้เรียนรู้กันอีกด้วย
ราคาอาหารไม่แพง ถูกมากกกกกกกก มื้อหนึ่ง 30 บาท พร้อมของหวาน อิ่มอร่อยและสบายใจ
จริงๆยังมีอีกเยอะมาก แถวสีลมก็เคยเห็นอยู่ร้านหนึ่ง หรือไม่จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปร้านอาหารมังสวิรัติเหล่านี้เพื่อเริ่มกินผัก หรือลดกินเนื้อก็ได้ ร้านอาหารที่เราเห็นทั่วไปอย่าง MK ถ้าเราจะไม่กินเนื้อเค้าก็ทำให้เราได้เช่นกัน แค่เราเริ่มที่จะรับประทานอาหารอย่างสมดุลมากขึ้น ให้ผักกลายเป็นของที่ต้องอยู่ในมื้ออาหารของเราทุกมื้อ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของเราเอง
posted on 31 Jan 2010 15:35 by veggie-girl
การกินผักไม่ได้ช่วยเฉพาะสุขภาพของเราเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาสุขภาพของโลกอีกด้วย
รู้หรือไม่ว่า คนที่กินเนื้อสัตว์นั้นใช้พื้นที่มากถึง 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดในโลกเลยทีเดียว ซึ่งในที่นี้หมายถึงพื้นที่ที่ทำการเกษตรทั้งหมดของโลกที่ 2 ใน 3 หมดไปกับฟาร์มปศุสัตว์
อาจารย์บาร์รี พ็อพคิน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา สหรัฐฯ กล่าวว่า การกินเนื้อให้น้อยลงมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน เพราะทุกๆขั้นตอนของการผลิตเนื้อสัตว์ทำให้เกิดของเสีย ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน นอกจากนี้น้ำจำนวนมากที่ใช้ในการปลูกหญ้าให้วัวกินก็ยังหมายถึงพลังงานจำนวนมากที่ต้องเสียไปอีกด้วย
กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อวัวจะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโลกร้อน เนื่องจากวัวจะผลิตก๊าซมีเทนจำนวนมากผ่านการเรอและการตด?!?!? และก๊าซมีเทนนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนได้ออกไซด์ถึง 21 เท่า!!!
อาจจะขำนิดหน่อยที่โลกเราร้อนเพราะตดของวัว แต่ก็มีอีกสถิติขำกว่าบอกว่า แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น เท่ากับพื้นที่ป่าที่เสียไปถึง 55 ตารางฟุตเลยที่เดียว!!
อย่างนี้แล้วทางแก้หนึ่งที่ง่ายที่สุด คือ การลดการกินเนื้อสัตว์นั่นเอง เพราะการกินผักนอกจากจะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 3,000 ปอนด์ ต่อคน ต่อปีเมื่อเทียบกับการกินเนื้อสัตว์แล้ว การกินผักยังช่วยส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผักมากขึ้น ซึ่งพืชผักเหล่านี้จะช่วยดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้
วิธีหนึ่งที่จะกินผักลดโลกร้อนอย่างถูกต้อง คือ การกินผักผลไม้ตามฤดูกาลที่มีอยู่ในท้องถิ่นที่ใช่วิธีปลูกแบบพื้นบ้าน ไม่ใช้สารเคมีและไม่มีการตกแต่งพันธุกรรม
การกินผักผลไม้ในท้องถิ่นจะช่วยลดการคมนาคมขนส่งสินค้าจากแดนไกลซึ่งเป็นตัวการอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ส่วนการกินพืชผักตามฤดูกาล จะช่วยการลดพลังงานที่ใช้ในการปลูกพืชผักนอกฤดูกาลถึง 10 เท่า โดยเฉพาะการจุดไฟเผาที่โคนต้น การใช้แสงไฟเพื่อเร่งผลผลิต การแช่แข็ง รวมทั้งการเดินทางไปซื้อผลผลิตในแหล่งปลูกที่อยู่ไกล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้โลกร้อนทั้งสิ้น
สุดท้าย การกินมังสวิรัติเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนยังหมายถึงการกินผักที่ปลูกตามวิถีพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ เพราะ การทำเกษตรอินทรีย์ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และจะช่วยดูดจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในดินได้ดีกว่าการทำการเกษตรแบบที่ใช้สารเคมีอีกด้วย
ที่มา http://board.palungjit.com
posted on 22 Jan 2010 00:17 by veggie-girl
การกินผักไม่ใช่เรื่องเล็กๆทั่วไปเท่านั้น เพราะเมื่อปีที่แล้วองค์กรเพื่อสัตว์อย่าง PETA ได้เคยออกแคมเปญรณรงค์ให้คนเลิกกินเนื้อสัตว์ โดย PETA เชื่อว่าสัตว์ก็เป็นสื่งมีชีวิตที่มีสิทธิมีเสียงเป็นของตัวเองเหมือนกัน ดังนั้นการกินเนื้อสัตว์จึงเป็นเหมือนการละเมิดสิทธิผู้อื่นอย่างหนึ่ง เรียกว่าเป็น Animal Rights ละกัน
อย่างไรก็ตาม โฆษณาที่ออกมาส่วนใหญ่ของ PETA นำเสนอไอเดียว่าคนที่กินผักหรือเป็นมังสวิรัตจะมีคุณภาพของการร่วมรักดีกว่าคนที่กินเนื้อสัตว์ โฆษณาที่ผ่านมาจึงดูเซ็กซี่ไปหน่อย ทำให้ถูกแบนจากหลายๆสื่อในต่างประเทศ ส่วนไทยคงไม่ต้องพูดถึง....
นอกจาก Ad เรตๆแล้ว PETA ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่าน Lettuce Ladies หรือ สาวๆกะหล่ำปลี อีกด้วย
เห็นอย่างนี้แล้วไม่แน่ใจว่าแคมเปญนี้จะได้ผลสำหรับเรามั้ย ถือซะว่าเป็นภาพสวยๆจาก PETA ละกัน
ดูกันขำๆไป หรือว่าจะได้ผล?
edit @ 22 Jan 2010 00:40:14 by veggie girl
edit @ 31 Jan 2010 15:33:04 by veggie girl